http://www.akesuphan.net
   สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
บริษัท เอกสุพรรณ เอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเร  วิธีผสมปุ๋ยเคมี|คลิ๊กที่นี่!!  แนวโน้มราคาปุ๋ยเคมี 2559  เช็คราคาปุ๋ยเคมี 2559  ราคาปุ๋ยเคมี|อยากรู้ราคา คลิ๊ก!!  ราคาปุ๋ยเคมี|แม่ปุ๋ย,นาข้าว,อ้อย,ยางพารา,วันที่ 31/12/2559  ติดต่อเป็นร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยนาข้าว,ปุ๋ยยางพารา 2559
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 เช็คราคาปุ๋ยทุกสูตร|คลิ๊กที่นี่
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชผัก
การใส่ปุ๋ยสำหรับผลไม้
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชไร่
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชสวน
ปุ๋ย-ข้อมูลแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในประเทศไทย 2555
ราคาปุ๋ยเคมี ปุ๋ย-ข้อมูลแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในประเทศไทย
Menu
หน้าแรก
สินค้า
บทความ
รวมรูปภาพ
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 05/10/2011
ปรับปรุง 21/03/2017
สถิติผู้เข้าชม1,135,010
Page Views1,617,311
สินค้าทั้งหมด 12
 

แนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลก ปี 2557

แนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลก ปี 2557

โปรโมชั่นปุ๋ยเคมี 5นางฟ้าทรงฉัตร วันที่ 1-31 ต.ค. 2556

ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยยูเรีย,ปุ๋ยนาข้าว,ปุ๋ยยางพารา,ปุ๋ยอ้อย


































แนวโน้มปุ๋ยเคมีโลก

          สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ  ประจำสหภาพยุโรป  ได้ส่งรายงานการติดตามความเคลื่อนไหวในด้านแนวโน้มตลาดปุ๋ยเคมีของ
โลก ระหว่างปี 2552 – 2556 (ค.ศ. 2009 – 2013)     คาดการณ์โดย International Fertilizer Industry Association (IFA)  ผลิใบฯ เห็นว่าจะเป็น
ประโยชน์กับผู้อ่าน  จึงนำมาเล่าสู่กันฟังภาพรวมปี 2551  ตลาดปุ๋ยเคมีโลกผันผวน   เนื่องจากเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะถดถอยและเกิดวิกฤตการณ์
ด้านการเงิน    ส่งผลให้ประเทศที่ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก  มีความต้องการใช้ปุ๋ยลดลงในระยะสั้นยอดขาย  และความต้องการนำเข้าปุ๋เคมีลดลงใน
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2551    ความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีโดยรวมของโลกลดลงจาก 168.1 ล้านตันในปี 2550 / 2551   เหลือ 159.6 ล้านตัน     ในปี 
2551 / 2552 (ลดลง 5.1%)

          ปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนลดลง 1.6% ในขณะที่ความต้องการใช้ปุ๋ยฟอสเฟส และโปแตสเซียมลดลงมากกว่า 7%  และ 14% ตามลำดับ
ทั้งนี้    เพราะเกษตรกรในหลายประเทศมั่นใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และความสามารถในการขอสินเชื่อมีจำกัด  ทำให้เกษตรกรต้องละชอการซื้อ
วัตถุดิบ (ปุ๋ยเคมี) หรือใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่ลดลง แม้กระทั่งต้นปี 2552 สถานการณ์ตลาดปุ๋ยเคมีก็ยังไม่ดีขึ้น

          สถานการณ์ตลาดปุ๋ยโลกระหว่างปี 2552 – 2556     IFA คาดการณ์ว่าสถานการของตลาดปุ๋ยเคมี จะเริ่มกลับมาดีขึ้นในปี 2552/2553
โดยมีเหตุผลดังนี้

          -  สภาพตลาดน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น  เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเกษตรกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสินค้าเกษตรมีราคาดี ซึ่งจะทำให้
เกษตรกรหันกลับมาปลูกพืชเกษตรเพิ่มขึ้นอีกครั้ง  จาก baseline scenario  ของ IFA  คาดการณ์ว่าวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ  อาจมีผลกระทบต่อการ
เติบโตของความต้องการใช้ปุ๋ยอยู่ระหว่าง 1 ถึง 3 ปี

          -  ความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น   จากการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตลาดจะทำให้ความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในปี 2552 / 2553  เพิ่มขึ้น 3.6% เป็น
165.4 ล้านตัน และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 187 ล้านตันในปี 2556/2557

          อุปทานของปุ๋ยเคมี   อาจเพิ่มขึ้นในปีหน้า   เมื่อพิจารณาการผลิตปุ๋ยเคมีในช่วงระหว่างปี 2545 - 2550   พบว่า ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรม
ได้เพิ่มระดับการผลิตปุ๋ยเคมีทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปแตสเซียม จนเกือบเต็มศักยภาพการผลิต     เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก 
ดังนั้น ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย และวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน แม้จะทำให้บริษัทต่าง ๆ  ลดกำลังการผลิตลง  แต่มีผลกระทบต่ออุปสงค์ปุ๋ยเคมี
เพียงในระยะสั้นเท่านั้น     ในระยะยาวแล้วเมื่อการผลิตสินค้าเกษตรในประเทศต่าง ๆ  กลับคืนมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง     ย่อมจะทำให้ระดับในการผลิต
ปุ๋ยเคมีกลับเพิ่มขึ้นใหม่ดังแนวโน้มที่ผ่านมาในอดีต โดยเฉพาะการผลิตปุ๋ยโปแตสเซียมและฟอสฟอรัส

          IFA เรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาต้นเหตุที่แท้จริงของวิกฤติการณ์และปัญหาการขาดแคลอาหาร  IFA เห็นว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น
เนื่องจากสต๊อกสินค้าเกษตร (Agricultural commodities) มีอยู่ในระดับต่ำ และผลผลิตธัญพืชที่เก็บเกี่ยวได้ในปี 2552  ยังคงมีแนวโน้มลดลง เมื่อ
เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา  ดังนั้น หนทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารที่เกิดขึ้น    จึงจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า
เกษตรให้ดีขึ้น อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยเคมีจึงมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ เพราะเป็นผู้ผลิตสารอาหารบำรุงดินและทำให้การทำเกษตรกรรมเป็นแบบยั่งยืน
มากขึ้น โดยเฉพาะการเกษตรในประเทศกำลังพัฒนา

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้

          1. การใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเพาะปลูกดีขึ้น  แม้จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหาร ลดความยากจน  และช่วย
เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของโลก           แต่การใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่สูงจนเกินไปในบางส่วนของโลก  เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาและ
สาธารณรัฐประชาชนจีน   ได้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งต่อสภาพดิน  แหล่งน้ำบนดินและใต้ดิน ที่มีสภาพเสื่อมลง     นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดก๊าซ
ไนตรัสออกไซต์ (N2O) ที่มาจากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอันเป็นต้นเหตุของก๊าซเรือนกระจกและทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

          2. หากความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามที่ IFA คาดการณ์ไว้ รัรฐบาลในแต่ละประเทศ (โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
ที่มีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราสูง)  ควรเตรียมพร้อมหามาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น  เช่น ภาวะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง  หรืออุปทานไม่เพียง
พอ เนื่องจากก่อนเกิดวิกฤติการณ์เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมได้ผลิตปุ๋ยในระดับที่เกือบเต็มศักยภาพแล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่วิกฤตการณ์
ปุ๋ยเคมีอาจเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว  และความต้องการใช้ปุ๋ยกลับคืนมาอย่างไรก็ตาม   ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึง
มาตรการที่จะเลือกนำมาใช้ เพื่อบรรเทาปัญหา หรือช่วยเหลือเกษตรกรในอนาคตว่าต้องมีความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลดีและผลเสียที่อาจเกิดขึ้น
ต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย

          3. สำหรับประเทศไทย  แม้ว่าสินค้าเกษตรจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ แต่เกษตรกรไทยยังคงประสบภาวะผลผลิตได้กำไรต่ำและ
ต้นทุนการผลิตสูง  ทั้งต้นทุนที่มาจากเมล็ดพันธุ์พืช  ค่าน้ำมัน  ค่าขนส่งปุ๋ยเคมี  แต่ไทยอาจจหลีกเลี่ยงปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นได้  เพราะยังไม่มี
แหล่งวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตปุ๋ยเคมีในเชิงพาณิชย์  จึงต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมาความต้องการใช้ปุ๋ยเคมี
ของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ ราคาปุ๋ยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะปี 2551 ที่น้ำมันมีราคาแพงและอุปทานปุ๋ยเคมีเกิดความตึงตัว
จึงทำให้เกษตรกรไทยมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก

          ดังนั้น  หน่วงงานที่เกี่ยวข้องควรแนะนำ และส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้   และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มี
ความเหมาะสมกับชนิดของดินและพืช และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ไปกับการใช้ปุ๋ยเคมี  เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีของ
ประเทศ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสารอินทรีย์ในดินทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติมากขึ้น

          จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น กรมวิชาการเกษตรจะได้ติดตามสถานการณ์ของตลาดปุ๋ยเคมีโลก ที่มีผลกระทบต่อภาคเกษตรของประเทศอย่าง
ใกล้ชิด  รวมทั้ง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้านราคาปุ๋ยเคมี หรือภาวะอุปทานไม่เพียงพอที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต      นอกจากนี้ จะได้
ส่งเสริมให้การทำการเกษตรของประเทศเป็นแบบยั่งยืนมากขึ้น โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ที่มา กรมวิชาการเกษตร

Tags : ปุ๋ย ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยยางพารา ราคาปุ๋ย ราคาปุ๋ยเคมีวันนี้ นกยูงเขียว เอกสุพรรณ ราคาโรงงาน  1-30  พฤศจิกายน 2554 ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว น้ำยางพารา ปาล์ม จ้าวพายุ กระต่าย เรือใบ หัววัว คันไถ ม้าบิน มงกุฎ ยาร่า รุ่งอรุณ นางฟ้าทรงฉัตร 2555

 
 หน้าแรก  บทความ  รวมรูปภาพ  เว็บบอร์ด  สินค้า  ติดต่อเรา ราคาปุ๋ยเคมีวันนี้
By ราคาปุ๋ยเคมี นาข้าว อ้อย ยางพารา วันนี้ ถึง 15/1/2557 ราคาแม่ปุ๋ยคลิ๊กดูที่นี่!!.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view